โรคเอดส์ AIDS (Acquired Immune Deficiency Syndrome)

เกิดจากเชื้อไวรัส HIV (HUMAN IMMUNODEFICIENCY VIRUS) ไปส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยการเข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาวชนิด Helper T-cells หรือเรียกอีกอย่างว่า CD4 cells ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีหน้าที่ในการตรวจหาเชื้อโรค ทำให้ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสมีภูมิคุ้มกันต่ำ และติดโรคแทรกซ้อนต่างๆได้ง่าย เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว
สาเหตุที่ทำให้เกิดการติดต่อของโรค
1.ทางเลือด
2.การมีเพศสัมพันธ์
3.น้ำนมแม่
4.จากแม่สู่ลูก
แต่เชื้อ HIV จะไม่ติดต่อผ่านทาง น้ำลาย น้ำตา และการสัมผัส
อาการของโรคเอดส์
ระยะที่ 1 EARLY STAGE OF HIV
หลังจากได้รับเชื้อไวรัสHIV เป็นเวลา2-4สัปดาห์ ผู้ติดเชื้อจะมีอาการคล้ายไข้หวัด คือมีไข้ เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ต่อมน้ำเหลืองโต ผื่นตามตัว แขน ขาชาหรืออ่อนแรง
ระยะที่ 2 CLINICAL LATENCY STAGE
เป็นระยะที่ผู้ป่วยเริ่มมีอาการ อาจเป็นไข้เรื้อรัง น้ำ หนักลด หรือท้องเสียงเรื้อรัง โดยไม่ทราบสาเหตุ นอกจากนี้อาจมีเชื้อราในช่องปาก งูสวัด เริมในช่องปากหรืออวัยวะเพศ ผื่นคันตามแขนขา
ระยะที่ 3 PROGRESSION TO AIDS
ป็นระยะที่มีภูมิต้านทานลดลงมาก ทำให้ติดโรคติดเชื้อฉวยโอกาสได้ง่ายขึ้น เช่น วัณโรค ปอดบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นต้น
การวินิจฉัยโรค
HIV test โดยการนำเลือดไปตรวจดู Antibody
การป้องกันโรค
1. การป้องกันขณะมีเพศสัมพันธ์ เช่นการใช้ถุงยางอนามัย
2. ไม่มีเพศสัมพันธ์กับหลายๆคน
3. การวินิจฉัยโรคก่อนการตั้งครรภ์
อ้างอิง
https://www.aids.gov/hiv-aids-basics/prevention/reduce-your-risk/understanding-risk-activities/

ต้องป้องกันนะคะทุกคน โรคเอดส์ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิดค่ะ หากใครมีความเสี่ยงก็ควรต้องรีบไปตรวจเลือดค่ะ ของเพื่อนเราไปตรวจที่ V-med clinic ให้คำแนะนำดีมาก ค่าตรวจ ค่ายาอะไรก็ไม่แพงด้วยค่ะ โทรถามก่อนได้ที่เบอร์นี้เลยค่ะ 052-001119 www.vmedclinic.com
ตอบลบ